ตอนที่ 7

นกมองต้นไม้ : ทิศทางพัฒนาชุมชนแหลมสัก ในทัศนะของโต๊ะครูอับดุลมาลิก

“อยากเห็นชุมชนนี้เจริญ ก็เหมือนที่คนอื่นเขาอยากกัน แต่เรามองว่าถ้ามันจะเจริญก็ต้องเจริญทั้งสองด้าน ทั้งทางการท่องเที่ยวและทางคุณธรรมจริยธรรม”

“สองอย่างนี้ต้องไปด้วยกัน วัตถุต้องมาพร้อมกับคุณธรรมจริยธรรม  เราต้องเตรียมความพร้อมที่จะเปิดรับมัน จะออกแบบอย่างไรก็แล้วแต่ จะจัดโซนหรือแบ่งเขตพื้นที่ก็ได้ ส่วนนี้เป็นเชิงนิเวศน์ก็ว่าไป ส่วนนี้เป็นแหล่งบันเทิงก็ว่ามา แต่ต้องมีมาตรการมารองรับ ทำอย่างไรไม่ให้เยาวชนเข้าไปมั่วสุม เข้าไปยุ่งเกี่ยว มีอะไรมาควบคุมมันได้ไหม”

“ผมก็อยากให้พี่น้องประชาชนมีรายได้ เลี้ยงตัวเองเลี้ยงครอบครัวได้ เพราะการประมงเริ่มร่อยหรอลงมาก อันนี้มีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ออกเรือไปก็ไม่หลุดค่าน้ำมัน อยากให้มีรายได้เสริมกัน เพราะแหลมสักมีประชากรมากขึ้นเรื่อยๆ ทรัพยากรก็ถูกใช้ไปมากจนเหลือน้อยลง ในภาวะที่ถูกจำกัดเช่นนี้คนแหลมสักต้องมีรายได้เสริมให้พอเลี้ยงตัวเอง”

“การท่องเที่ยวเพิ่งเข้ามาสู่แหลมสักไม่นาน แต่มันก็เป็นความหวัง หวังว่ามันจะเลี้ยงคนแหลมสักได้ ผมไม่เห็นแย้งในเรื่องนี้ อย่างที่บอกไว้ว่า ถ้าจะเจริญก็เจริญได้ แต่ต้องไม่ขัดกับหลักศาสนา อันนี้คือสิ่งที่ต้องยึดถือ ไม่อยากให้วัยรุ่น เด็กๆ เยาวชนเข้าไปปะปนกับสิ่งมอมเมา เราต้องแยกให้ออก จัดโซนอย่างไรก็ว่ากันไป ต้องหามาตรการมาป้องกัน เราห้ามความเจริญไม่ได้ แต่เราห้ามสิ่งมอมเมาหรือสิ่งที่ขัดกับหลักศาสนาได้ เราบริหารจัดการสิ่งเหล่านี้ได้”

“เมื่อความเจริญมันเข้ามาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ไม่มีอะไรไปรองรับมัน เยาวชนจะเป็นแพะรับบาปเสมอ เราต้องมาอบรมกันอีกว่าอะไรคือสิ่งมอมเมา มัวเมา ต้องให้เยาวชนรู้ นี่คือสิ่งที่คิดไว้แล้ว จัดอบรมสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง ชี้ดีชี้ชั่วให้เห็นกัน เราสร้างเกราะกันตรงนี้ได้แล้ว ผมไม่ห่วงว่ามันจะเป็นปัญหาต่อไป”

“ในทิศทางของการพัฒนาการท่องเที่ยว ผมอยากให้เอาชุมชนเป็นที่ตั้ง ชุมชนมีอะไรเป็นจุดแข็งก็ว่ามา ทรัพยากร คนในชุมชนอีก เราต้องเอาสิ่งเหล่านี้เป็นศูนย์กลาง ไม่ใช่ไปเอาวัตถุเป็นศูนย์กลาง อย่างนั้นน่ะพังเลย คนนั้นก็บอกว่าแหลมสักต้องมีอย่างนั้น คนโน้นมาบอกว่าชุมชนยังขาดสิ่งนี้ แล้วทุกอย่างก็จะเข้ามาเรื่อยๆ แทนที่จะบอกว่าแหลมสักมีอย่างนั้น แหลมสักโดดเด่นเรื่องนี้แล้วรักษาดูแลหรือสนับสนุนมันให้เข้มแข็ง แบบนี้คือหัวใจของการท่องเที่ยวจริงๆ”

“นักท่องเที่ยวก็ต้องมีจิตสำนึกเหมือนกัน เวลาเราจะไปเที่ยว เราต้องการอะไร ถ้าต้องการไปสัมผัสความเป็นชุมชนของเขาก็ไม่ต้องไปคาดหวังว่าเราจะไปเจออย่างนั้นอย่างนี้ ไม่ต้องเรียกร้องความเจริญให้พวกนายทุนมันฉวยโอกาสอ้างว่านักท่องเที่ยวต้องการ การท่องเที่ยวที่แท้จริงต้องคิดถึงชุมชน เอาชุมชนเป็นหัวใจหลัก เขามีอะไรก็ไปศึกษา ไปสัมผัส นั่นคือนักท่องเที่ยว”

“ผมไม่ขวางการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงชุมชน แต่ขึ้นชื่อว่าการพัฒนาก็ต้องระมัดระวัง มันเป็นดาบสองคม ถ้าดีตามแนวทางศาสนาก็ดีไป ไม่ขัดกับศาสนา รักษาระบบนิเวศน์ ทำให้ชาวบ้านมีรายได้ สิ่งเหล่านี้มันน่าสนับสนุน แต่ถ้าพัฒนาแล้วควบคุมมันไม่ได้ ในระยะยาวทุกอย่างจะเข้ามา เพราะไม่มีกฎเกณฑ์อะไรไปบังคับ ‘ทุน’ มันน่ากลัว มันทำลายทุกอย่างได้ถ้าคนใช้มันสนองกิเลสตันหาตนเอง ตรงนี้ต้องคำนึงและจัดทำแผนรองรับมันดีๆ”

“ผมอยากเห็นแหลมสักเติบโตไปในทิศทางที่ไม่ต้องให้ทุนมามีอำนาจ ชาวบ้านมีพลังต่อรอง มีรายได้เพื่อพอเลี้ยงตัวเองและครอบครัว มีคุณธรรมจริยธรรมเป็นเกราะคุมกันกิเลสตันหาของนายทุน ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์และมีคุณค่าอย่างที่สุด และช่วยกันรักษาและฟื้นฟูสิ่งที่เหลืออยู่ ผมว่านี่คือการพัฒนาแหลมสักในทิศทางที่ควรจะเป็น”.

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

สร้างเว็บไซต์หรือบล็อกฟรีที่ WordPress.com.

Up ↑

%d bloggers like this: