ตอนที่ 8

โต๊ะครูอับดุลมาลิกกับครอบครัวอันเป็นที่รัก

ในชีวิตของมนุษย์ผู้เสียสละตนเองเพื่อสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าย่อมมีครอบครัวที่รักเป็นรากฐานมั่นคง เพราะสิ่งที่จะมาสนับสนุนความเสียสละอย่างบากบั่นนั้นอันดับแรกคือครอบครัว

ดั่งเช่นครอบครัวของโต๊ะครูอับดุลมาลิกที่มีความอบอุ่นและสมบูรณ์เป็นรากฐานมั่นคง ประดุจไม้ใหญ่ที่แผ่ก้านกิ่งสาขาเอื้อสรรพชีวิตย่อมมีรากและน้ำหล่อเลี้ยงอันอุดม

“ผมเคยสมรสมาครั้งหนึ่ง ตอนอายุ 38 ปี แต่บังเกิดอยู่กันไม่ได้ เพราะอยู่ใกล้กันไม่ได้ ตรงนี้มันเป็นเรื่องของไสยศาสตร์ด้วย เขาว่ากันนะ ซึ่งมันก็หาคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้ ผมเองก็ไม่เชื่อหรอก แต่พออยู่ใกล้กันแล้วเขาไข้บ้าง เจ็บพุง(ปวดท้อง)บ้าง ปวดหัวบ้าง ชักไปเลยก็มี พาไปตรวจที่โรงพยาบาลก็ไม่เจอ แกหายไปเป็นเดือนพอกลับมาอยู่ด้วยกันสองสามวันก็เจ็บอีกแล้ว หมอไสยศาสตร์บอกว่าถูกของ แต่เราไม่เชื่อหรอก แต่มันก็เป็นไปได้ในความคิดของเขา เลยทำให้ต้องแยกกัน มีลูกด้วยกันคนหนึ่ง เป็นผู้ชาย ปัจจุบันอายุ 37 ปีแล้ว ตอนนี้อยู่บ้านโครกไคร จ.พังงา ชื่อนายอับดุลห้าลีม แต่แกใช้นามสกุลแม่ ‘กสิรักษ์’ แต่งงานมีลูกมีเมียแล้ว และยังไปมาหาสู่กัน กับภรรยาเก่าก็ยังไปมาหาสู่กันเหมือนเพื่อน ไม่ได้โกรธกัน เข้าใจกันว่าเราอยู่กันไม่ได้”

หลังจากตกพุ่มม่ายอยู่คนเดียวไม่ถึงสองปีก็มาแต่งงานกับคนที่สอง ก็คือคนปัจจุบันนี้ ในวัยที่โต๊ะครูอับดุลมาลิกมีอายุเกือบสี่สิบปีแล้ว

“ม๊ะมีศักดิ์เป็นหลาน ลูกสาวของพี่ที่มียายเดียวกัน อายุอ่อนกว่าผม 23 ปี ตอนแต่งงานแกอายุประมาณ 16 ปี ตอนนั้นคิดว่าเอาคนนอกก็ลำบาก เพราะไม่รู้จักกัน เราก็เริ่มแก่แล้ว ไม่รู้คนดีคนชั่ว อันนี้รู้แล้ว เลยไปสู่ขอ เขาก็ให้” โต๊ะครูอับดุลมาลิกหัวเราะเบาๆ

ม๊ะ หรือ ภรรยาของโต๊ะครูอับดุลมาลิก ชื่อนางมิหย้า หมันการ(เริงสมุทร)

“เรามีอะไรก็ปรึกษาหารือกัน ไม่เคยทะเลาะตบตี แม้จะมีวัยห่างกันมาก ไม่เคยมีเลย มีขัดใจบ้างเล็กน้อยเป็นธรรมดา แต่พูดคุยด้วยเหตุผล ถึงผมแก่กว่าแก แต่แกก็หวงเป็นเรื่องธรรมดา”

หลังแต่งงาน โต๊ะครูครูอับดุลมาลิกและนางมิหย้า มีบุตรด้วยกันรวม 5 คน ชาย 3 คนและหญิง 2 คน คนแรกคือปรีชา(ซากีย์) คนที่สองคือวิทยา(อับดุลเราะมาน) คนที่สามคือกัลยา(นุวัยรอ) คนที่สี่คือหุสนา  และคนสุดท้องคือชารีฟ

“ซากีย์ เป็นคนที่เอาความคิดตัวเองสูง จะทำอะไรก็ทำเลย บางสิ่งเราว่าไม่เหมาะสมมันก็จะทำต่อ แต่นานๆ พอเห็นเหตุเห็นผลก็จะซาลง เขาชอบทำงานเพื่อสังคม ต้องการพัฒนาสังคมไปในจุดที่เขาเห็นว่าถูกต้อง” โตะครูอับดุลมาลิกกล่าวถึงลูกชายคนโตของตนเอง

“ไม่ค่อยห่วงอะไร ถ้าจะทำอะไรก็ต้องปรึกษาให้ละเอียดก่อน แต่ส่วนมากเตือนเขาแล้วจะฟังคนรอบข้างมากกว่า นานๆ ทีเขาจะตามผม” ฟังดูเหมือนเป็นคำตำหนิติติง แต่ในพื้นที่นั้นก็ยังมีความอิสระทางความคิดที่ชายชราเผื่อไว้ให้ลูกชายสูง ทั้งยังฟังออกถึงน้ำเสียงที่ภาคภูมิใจไม่น้อย

“ผมต้องการเห็นว่าเขาจะพัฒนาโรงเรียนและสังคมตามที่ถนัด เอาสังคมหมู่บ้านเรานี่แหละ และช่วยเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงให้ครอบครัวต่อไป”

สำหรับคนที่สอง คือ ‘วิทยา’ นั้น โต๊ะครูอับดุลมาลิกสะท้อนภาพในฐานะของพ่อว่า “บางสิ่งมันก็ดื้อ แต่มันเป็นคนสุขุม ถ้าเป็นครูก็เด็กกลัว ไว้หน้าเก่ง เด็กส่วนใหญ่จะกลัว มันคิดได้สุขุมแนบเนียน ในโรงเรียนมันคือเจ้าของผู้รับใบอนุญาตมา ไม่ค่อยห่วงอะไร แต่ให้ทำงานเดิมไปเรื่อยๆ อย่าลก อย่ารีบ ทำต่อไปคิดไปน่าจะไม่มีปัญหา”

โต๊ะครูอับดุลมาลิกบอกชัดว่าอยากเห็นความสำเร็จของลูกชายทั้งสองคนที่เป็นหลักให้กับโรงเรียน

คนที่สาม คือ ‘กัลยา’ ซึ่งทำงานเทศบาลอยู่ในปัจจุบัน ผู้เป็นพ่อกล่าวอย่างชื่นชมว่ารู้จักเก็บหอมรอมริบ รักจักเก็บเงินเก็บทองและกินใช้อย่างประหยัด ต้องทำหน้าที่เรื่องการเงินถึงจะดี ซึ่งโต๊ะครูอับดุลมาลิกยังชื่มชมต่อไปยังลูกสาวคนที่สี่ด้วยคือ ‘หุสนา’ ซึ่งทำงานเป็นพยาบาลและบริหารโรงพยาบาลจริยธรรมรวมแพทย์กระบี่ว่า เป็นคนใจกว้าง ขี้สงสาร และชอบเห็นใจพี่ๆ น้องๆ

“ต้องการให้ลูก ทำงานบริหารโรงพยาบาลให้ประสบความสำเร็จ” สั้นแต่กระชับใจความของความชื่นชม ห่วงใย และคาดหวัง

ส่วนคนสุดท้องคือ ‘ชารีฟ’ ซึ่งปัจจุบันเรียนอยู่ที่คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ชายชราบอกว่าเป็นคนเรียนดี เรียนเก่ง แต่ขี้เกียจ

“ไม่ค่อยขยัน ไม่ปลุกก็เปล่า เรียน มอ.ก็กลัวว่าไปนอนอย่างเดียว ไม่ค่อยเรียน แต่ดีที่มันไม่ค่อยตามเพื่อน เพื่อนกินใบกระท่อม กัญชา มันก็ตีตัวออกห่าง”

สุดท้าย โต๊ะครูอับดุลมาลิกบอกว่า “อยากให้มันเรียนให้นานที่สุด สุดความสามารถที่จะเรียนได้ และอยากให้มันมาเป็นประธานมูลนิธินี้ต่อไป”

แน่นอนที่สุด, การตำหนิติติงไม่ใช่ความโกรธหรือเกลียดชัง หากมันออกมาจากปากของผู้เป็นพ่อ สิ่งที่บอกกล่าวเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากความห่วงหาอาทรและความคาดหวัง

อย่างน้อยที่สุด ทางพี่พ่อถางไว้แล้วย่อมรอวันให้ลูกเดินตาม

เพราะมันคือเส้นทางสู่สวรรค์ของพระผู้เป็นเจ้า.

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: