ประวัติมูลนิธิประทีปธรรมเพื่อการศึกษา

เจ้าของและผู้บริหารจัดการโรงเรียนประทีปธรรมมูลนิธิ  ตำบลแหลมสัก อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่

๑. ความเป็นมา

รากฐานของมูลนิธิสืบเนื่องมาจาก “ปอเนาะบ้านแหลมสัก” หรือมะฮัดมิสบาฮุดดีน ที่โต๊ะครูอับดุลมาลิก เริงสมุทร์ ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๐ เปิดสอนศาสนาอิสลามและวิถีชีวิตมุสลิมแก่เยาวชนในพื้นที่ตำบลแหลมสัก อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ เมื่อรัฐบาลประกาศปฏิรูปการศึกษาในปี พ.ศ. ๒๕๔๖ เปิดโอกาสให้สถานศึกษาศาสนาจดทะเบียนเป็นโรงเรียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จึงเกิดความร่วมมือของโต๊ะครูอับดุลมาลิก เริงสมุทร์ คณะกรรมการมัสยิด คณะกรรมการหมู่บ้าน ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่จะจัดตั้งโรงเรียนสายสามัญควบคู่ศาสนาขึ้น

ปลายปี พ.ศ. ๒๕๕๒ คณะบุคคลดังกล่าวจัดงานระดมทุน สมทบกับทุนทรัพย์และที่ดินของโต๊ะครูอับดุลมาลิก เริงสมุทร์ จนนำไปสู่การจดทะเบียนจัดตั้ง “มูลนิธิประทีปธรรมเพื่อการศึกษา” เลขทะเบียน ๑/๒๕๕๓ สำนักงานตั้งอยู่เลขที่ ๑๑/๑ หมู่ ๓ ซอยเทศบาล ๗ (ซอยปอเนาะ) ตำบลแหลมสัก อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ๘๑๑๑๐ เพื่อเป็นองค์กรเจ้าของและผู้บริหารจัดการโรงเรียนประทีปธรรมมูลนิธิ ทรัพย์สินเมื่อเริ่มจดทะเบียนประกอบด้วยเงินสด ๒๕๐,๐๐๐ บาท และที่ดิน น.ส.๓ เลขที่ ๑๘๗๒ ตำบลแหลมสัก มูลค่ารวม ๑,๑๗๑,๖๐๐ บาท

๒. วัตถุประสงค์ของมูลนิธิ

  • ๒.๑ เพื่อส่งเสริมการศึกษา
  • ๒.๒ เพื่อดำเนินการหรือร่วมมือกับองค์กรการกุศลอื่น ๆ เพื่อสาธารณประโยชน์
  • ๒.๓ ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่ประการใด

๓. ลำดับเหตุการณ์สำคัญ

พ.ศ. ๒๕๕๓ — มูลนิธิได้รับอนุญาตให้ดำเนินการกิจการองค์กรการกุศล มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการศึกษา ในนามมูลนิธิประทีปธรรมเพื่อการศึกษา โดยมี บาบาอับดุลมาลิก (ดำรงค์) เริงสมุทร์ เป็นประธานมูลนิธิ ทะเบียนเลขที่ 1/2553 ใบอนุญาตดังกล่าว ลงนามโดย นายประสิทธิ์ โอสถานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ในขณะนั้น ในฐานะนายทะเบียนมูลนิธิจังหวัดกระบี่

ต่อมามูลนิธิได้ยื่นขออนุญาตจัดตั้งโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มาตรา ๑๕(๑) และได้รับใบอนุญาต เปิดสอนวันแรกเมื่อ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๓ มีนักเรียนรวม ๑๓๗ คน โดยนายวิทยา เริงสมุทร์ เป็นผู้รับใบอนุญาต นายปรีชา เริงสมุทร์ เป็นผู้จัดการ และนายชาญพัฒน์ ชนะกุล เป็นผู้อำนวยการ ในปีเดียวกันโต๊ะครูอับดุลมาลิก ดำรงค์ เริงสมุทร์ มอบเงินส่วนตัวและระดมทุนสร้างอาคารเรียนเพิ่มเติม งบประมาณราว ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท

พ.ศ. ๒๕๕๕ — ร่วมกับมูลนิธิปัตตานีเพื่อพัฒนาสังคมและองค์กรจันทร์เสี้ยวแดงแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สร้าง “มัสยิดอัลนูร” งบประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ บาท มูลนิธิสมทบเพิ่ม ๑๐๐,๐๐๐ บาท

พ.ศ. ๒๕๕๘ — จัดซื้อที่ดินเพิ่มเติมด้านทิศเหนือของโรงเรียนจากนายอับดุลเลาะห์ เริงสมุทร จำนวน ๑๑ ไร่ มูลค่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคต

พ.ศ. ๒๕๖๐ — ร่วมกับชมรมศิษย์เก่าปอเนาะแหลมสักระดมทุนสร้างอาคารศิษย์เก่า และกู้ยืมเงินจากธนาคารอิสลามเพิ่มเติม ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท แล้วเสร็จพร้อมใช้งานในปีการศึกษา ๒๕๖๑

พ.ศ. ๒๕๖๑ — ประสานงานกับมูลนิธิมะฟาติฮุลคัยร์ ประเทศบาห์เรน สร้าง “มัสยิดอาอีชะฮ” งบประมาณ ๓,๒๐๐,๐๐๐ บาท

พ.ศ. ๒๕๖๒-๒๕๖๔ — จัดหาที่ดินเพิ่มเติมให้โรงเรียนจำนวน ๑๐ ไร่ และบริจาคที่ดินวากัฟ ๑๐๐ ตารางวา สำหรับก่อสร้างมัสยิดหลังใหม่

พ.ศ. ๒๕๖๔ — โรงเรียนได้รับรางวัลพระราชทานโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามภาคใต้ ประจำปี ๒๕๖๔ รวม ๕ รางวัล และก่อสร้างสนามฟุตบอลหญ้าจริงมาตรฐานผู้เล่น ๑๑ คน

พ.ศ. ๒๕๖๕ — ฮัจยีบาบาอับดุลมาลิก เริงสมุทร์ (นายดำรงค์ เริงสมุทร์) ประธานมูลนิธิผู้ก่อตั้ง ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๕ คณะกรรมการมีมติให้ ดร.ปรีชา เริงสมุทร์ รองประธาน รักษาการแทน

พ.ศ. ๒๕๖๖ — มีมติแต่งตั้ง ดร.ปรีชา เริงสมุทร์ เป็นประธานมูลนิธิฯ และ ดร.ชารีฟ เริงสมุทร์ เป็นรองประธานมูลนิธิ (จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการทั้งชุดเมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๖ ต่อนายทะเบียนมูลนิธิจังหวัดกระบี่)

พ.ศ. ๒๕๖๗ — โรงเรียนได้รับคัดเลือกเป็นสถานศึกษานำร่องพื้นที่นวัตกรรมทางการศึกษา

๔. คณะกรรมการมูลนิธิชุดแรก (แต่งตั้งเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๓)

ที่ชื่อ – สกุลตำแหน่งในมูลนิธิ
1นายดำรงค์ เริงสมุทร์ประธานกรรมการ
2นายปรีชา เริงสมุทร์รองประธานกรรมการ
3นายไซดี้ย์ โรมินทร์รองประธานกรรมการ
4นายมูนีร มูฮัมมัด ใบกาเด็มกรรมการ/เหรัญญิก
5นางสาวหุสนา ใบกาเด็มกรรมการ/ผู้ช่วยเหรัญญิก
6นางมี่หย้า เริงสมุทร์กรรมการ/ผู้ช่วยเหรัญญิก
7นายทวี กองข้าวเรียบกรรมการ/ประชาสัมพันธ์
8นายดลอ้าหลีม กะสิรักษ์กรรมการ/ประชาสัมพันธ์
9นายยุทธนา เริงสมุทรกรรมการ/ปฏิคม
10นายยุทธพงศ์ โบบทองกรรมการ/นายทะเบียน
11นางสาวกัลยา เริงสมุทร์กรรมการ/ผู้ช่วยนายทะเบียน
12ส.อ.วิทยา เริงสมุทร์กรรมการ/เลขานุการ
13นางสาววริญญา เริงสมุทร์กรรมการ/ผู้ช่วยเลขานุการ

๕. คณะกรรมการมูลนิธิชุดปัจจุบัน (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ปัจจุบัน)

จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการต่อนายทะเบียนมูลนิธิจังหวัดกระบี่ เมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ (เลขทะเบียนมูลนิธิ ๑/๒๕๕๓) วาระการดำรงตำแหน่งคราวละ ๕ ปี ครบวาระวันที่ ๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๗๐

ที่ชื่อ – สกุลตำแหน่งในมูลนิธิ
1นายปรีชา เริงสมุทร์ประธานกรรมการ
2นายชารีฟ เริงสมุทร์รองประธานกรรมการ
3นายไซย์ดี้ย์ โรมินทร์รองประธานกรรมการ
4นางสาวหุสนา ใบกาเด็มกรรมการและเหรัญญิก
5นางมี่หย้า เริงสมุทร์กรรมการและผู้ช่วยเหรัญญิก
6นายยุทธนา เริงสมุทรกรรมการฝ่ายปฏิคม
7นายดลอ้าหลีม กะสิรักษ์กรรมการฝ่ายปฏิคม
8นายยุทธพงศ์ โบบทองกรรมการฝ่ายทะเบียน
9นายสมาน ขุนพลภักดีกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์
10นายชลยุทธ ยมโดยกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์
11ส.อ.วิทยา เริงสมุทร์กรรมการและเลขานุการ
12นางสาวมานาล เริงสมุทร์กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
13นางสาวชญานี สนใจจิตร์กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

๖. กิจกรรม/โครงการของมูลนิธิ

มูลนิธิดำเนินโครงการต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนโรงเรียนประทีปธรรมมูลนิธิให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ ดังปรากฏในรายงานการดำเนินกิจการประจำปี ๒๕๖๕ ดังนี้ (รวมงบประมาณดำเนินโครงการทั้งสิ้น ๔,๖๗๑,๘๘๓.๔๙ บาท)

๑) โครงการมาสเตอร์แปลนสร้างความพร้อมด้านอาคารและสาธารณูปโภคให้โรงเรียนประทีปธรรมมูลนิธิ

มูลนิธิว่าจ้างสถาปนิกมุสลิมเพื่อชุมชนจัดทำผังแม่บทงานภูมิสถาปัตยกรรม สถาปัตยกรรม และวิศวกรรม เพื่อพัฒนาโรงเรียนให้รองรับความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย โดยยังคงรักษาจิตวิญญาณดั้งเดิมของปอเนาะไว้ ครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบเบื้องต้น การพัฒนาแบบ การจัดทำเอกสารขออนุญาตก่อสร้าง จนถึงการประมาณราคาก่อสร้าง งบประมาณดำเนินการ ๑๕๐,๐๐๐ บาท

๒) โครงการสนับสนุนค่าเล่าเรียนแก่นักเรียนกำพร้า ยากจน และเรียนดี

มอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในระดับอนุบาลถึงมัธยมปลาย และจัดหาทุนต่อระดับปริญญาตรี ปีการศึกษา ๒๕๖๕ มีนักเรียนกำพร้าได้รับทุน ๒๓ คน นักเรียนยากจน ๑๕ คน นักเรียนเรียนดี ๒๐ คน ทุนพี่น้องสองคนขึ้นไป ๙๙ คน และทุนประเภทอื่น ๆ ๑๖ คน งบประมาณ ๗๑๖,๓๕๐ บาท

๓) โครงการจัดหาครูต่างชาติเพื่อสอนภาษาอังกฤษ

ร่วมมือกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยมุฮัมมาดียะห์ อินโดนีเซีย (Universitas Ahmad Dahlan) สรรหาบัณฑิตคุณภาพมาเป็นครูภาษาอังกฤษเจ้าของภาษา ผ่านการคัดเลือกและอบรมภาษา-วัฒนธรรมไทยก่อนประจำการ งบประมาณ ๕๓,๓๐๐ บาท

๔) โครงการก่อสร้างสนามกีฬาฟุตบอลมาตรฐาน (Prateeptham Arena)

พัฒนาสนามฟุตบอลหญ้าจริงมาตรฐานสากล รองรับ Prateeptham FC Academy, โปรแกรม Sport Talent Program และกิจกรรมกีฬาของโรงเรียนและชุมชน โดยขอสินเชื่อจากธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท

๕) โครงการก่อสร้างมัสยิดอาอีชะฮ

จัดหาที่ดินวากัฟจำนวน ๑๐๐ ตารางวา และรับบริจาคจากมูลนิธิ Mafatih Al Khayr Charity Organization ประเทศบาห์เรน ผ่านการประสานงานของมูลนิธิเมตตา ศรัทธา ความรู้ เพื่อสร้างมัสยิดคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ ชั้น รองรับจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้น งบประมาณ ๑,๙๑๒,๒๓๓.๔๙ บาท

๖) โครงการก่อสร้างระบบน้ำบาดาล

ประสานงานกับมูลนิธิเอเชียเพื่อการศึกษาและการพัฒนาสังคม และองค์กรฟื้นฟูมรดกอิสลาม ประเทศคูเวต ดำเนินการสำรวจและขุดเจาะแหล่งน้ำ ก่อสร้างถังเก็บน้ำและระบบกรองน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคของโรงเรียน งบประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ บาท

๗) โครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายรายเดือนในการบริหารจัดการโรงเรียน

จัดหางบประมาณสนับสนุนค่าใช้จ่ายประจำของโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การบริหารงบประมาณมีความเป็นอิสระ คล่องตัว โปร่งใส และตรวจสอบได้ งบประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ บาท

๗) โครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายรายเดือนในการบริหารจัดการโรงเรียน

จัดหางบประมาณสนับสนุนค่าใช้จ่ายประจำของโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การบริหารงบประมาณมีความเป็นอิสระ คล่องตัว โปร่งใส และตรวจสอบได้ งบประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ บาท

๗. แหล่งที่มาของรายได้และการสนับสนุน

มูลนิธิมีรายรับจากการบริจาคของผู้มีจิตศรัทธาบริจาค เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินอิสลามเพื่อพัฒนากิจการ และรายรับจากกิจการโรงเรียน ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้แก่

  • ประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บไซต์ http://www.prateeptham.org และเฟซบุ๊ก facebook.com/Prateeptham
  • กล่องรับบริจาคและ QR Code ตามสถานที่ต่าง ๆ
  • บัญชีธนาคารของมูลนิธิ “มูลนิธิประทีปธรรมเพื่อการศึกษา” และบัญชี e-Donation ของโรงเรียน
  • กิจกรรมเยี่ยมเยียนและสนับสนุนโครงการโดยตรง เช่น เลี้ยงอาหารกลางวัน การออกซะกาตเป็นทุนการศึกษา

ในปี ๒๕๖๕ มีผู้บริจาคทั่วไป ๒๔๖ ราย ผู้บริจาคโครงการอุปการะ ๖ ราย ผู้บริจาคสิ่งของและทรัพย์สิน ๖ ราย และผู้บริจาคจากต่างประเทศ ๖ ราย อาทิ Mafatih Al Khayr Charity Organization (บาห์เรน) สนับสนุนอาคารมัสยิด, Emirates Red Crescent (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) สนับสนุนอาคารมัสยิด, และ Universitas Muhammadiyah Jakarta (อินโดนีเซีย) สนับสนุนทุนการศึกษานักเรียน

๘. โครงสร้างและการกำกับดูแล

  • ข้อบังคับมูลนิธิกำหนดให้มีคณะกรรมการไม่น้อยกว่า ๗ คน แต่ไม่เกิน ๑๕ คน
  • วาระการดำรงตำแหน่งคราวละ ๕ ปี
  • การประชุมสามัญประจำปีจัดขึ้นในเดือนธันวาคมของทุกปี
  • มูลนิธิดำเนินกิจการอย่างต่อเนื่องทุกปี ตามรายงานการตรวจตราและควบคุมการดำเนินกิจการประจำปี ๒๕๖๕